ไขข้อข้องใจทำไมร้านค้าไทยจึงนิยมใช้ประตูม้วน

ย้อนไปเมื่อสมัยเรายังเด็ก หมู่บ้านเราส่วนใหญ่เป็นชาวจีนอพยพมา เราจึงชินตากับประตูเหล็กแบบยึด(ประตูที่ใช้ เหล็กขัดกันเป็นข้อ) เข้าหากันแล้วล็อคแม่กุญแจไว้ตรงกลาง ไปที่ไหนก็ เห็นเป็นลักษณะแบบเดี่ยวกัน บางบ้านประตูก็ยึดได้ฝั่งเดี่ยวบ บางบ้านประตูก็ยึดได้สองฝั่งบ้าง ต่างกันไปตามดีไซน์ของบ้านแต่ละหลังแต่ถ้าสังเกตร้านค้า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ กลับนิยมใช้ประตูแบบม้วนกับแถบๆ เราเคยคิดนะว่า ประตูก็ประตูเหล็กเหมือนกันแต่ทำไมถึงใช้ต่างกัน

เรามีโอกาสได้ไปช่วยเฝ้าร้านให้พี่ที่จตุจักรเนื่องจาก แกจะซ่อมหลังคาใหม่ และถ้าใครเคยไปตอนช่วงเช้าที่ตลาดเพิ่งเปิด หรือตอนช่วงที่ตลาดปิดแล้ว จะเห็นว่า แต่ละร้านจะเป็นรูปแบบเดี่ยวกันหมดคือ เป็นบล็อดเหลี่ยมๆ และมีประตูแบบม้วนปิดลงมา ซึ่งตอนนั้นเราเข้าใจว่า เป็นกฏของตลาดว่าต้องใช้ประตูร้านแบบนี้ อะไรทำนองนั้น แต่ด้วยความที่เราเป็นที่ชอบถาม ถามไปเรื่อย พอหมดคำถามก็ไม่รู้จะถามอะไร เราเลยพาลไปถามเรื่องประตูร้านจากช่างรับเหมา เขาเล่าให้ฟังว่า “ ประตูม้วนที่ร้านค้านิยมใช้เนี้ย มันก็พัฒนามาจาก ประตูยึดๆ ที่ตามบ้านคนจีนสมัยก่อนเคยใช้นั้นแหละ มันป้องกันพวกการโดนงัดการโจรกรรมได้ดีกว่า และที่สำคัญมันมีหลายระบบด้วย… ” เดี่ยวนะเราไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม คือ ประตูม้วนมีหลายระบบ!!! มันมีระบบด้วยหรือนี้ (o_O) จากเดิมที่เราแค่สงสัยกลายเป็นสนใจขึ้นมาทันที

เราจึงไม่รอช้าพอกลับมาถึงบ้านหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที และสรุปได้ว่า ประตูม้วนหลักๆ มีอยู่ 3 ระบบ ประกอบด้วย ระบบแบบมือดึง เป็นระบบที่เราเห็นได้ทั่วไปคือ เปิด-ปิด ด้วยแรงมนุษย์ ระบบม้วนรอกโซ่ ใช้ตัวรอกในการผ่อนแรงเมื่อเปิดประตู โดยที่ในตัวเพลาประตูม้วนจะมีสปริงใหญ่ที่ใช้ช่วยในการผ่อนแรงอีกขั้นหนึ่ง และระบบไฟฟ้า เป็นระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบนี้จะไม่ค่อยนิยมในกลุ่มผู้ค้าขายเท่าไร เพราะต้องใช้ทุนที่ค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่นๆ แต่ที่เราสนใจเพิ่มเติมนั้นคือ นอกจากประตูม้วนจะมีระบบที่แตกต่างกันแล้ว วัสดุที่ใช้ในทำประตูม้วนก็มีความต่างกันด้วยเช่นกัน เราจะแบ่งเป็นข้อๆ เริ่มจาก

ประตูม้วนเหล็ก ประตูแบบนี้เป็นประตูที่เรารู้จัก และเคยคิดว่ามีแบบนี้แบบเดียว นิยมใช้ตามอาคารพาณิชย์ทั่วไป
ประตูม้วนเมทัลชีท ประตูแบบนี้น้ำหนักค่อยข้างเบา เวลาเปิด-ปิด เสียงค่อนข้างเงียบ ไม่ขึ้นสนิม แต่ราคาค่อนข้างแพง
ประตูม้วนอลูมิเนียม จัดเป็นประตูม้วนน้ำหนักเบา เหมือนประตูม้วนเมทัลซีท ไม่ขึ้นสนิม ทนแดด ทนฝน แต่สามารถรับแรงกระแทกได้ดีมากกว่า
ประตูม้วนสแตนเลส ประตู้ม้วนชนิดนี้ ร้านค้านิยมใช้กันมากที่สุด เพราะนอกเหนือจากเบา และไร้สนิมแล้ว สแตนเลส มีโลหะผสมเหล็กอยู่ ทำให้มีความแข็งแรงทนทานกว่า นั้นแสดงถึงเรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นด้วยนั้นเองและนอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างมานี้ ก็ยังมีจากวัสดุอื่นๆ แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

สิ่งสำคัญของการค้าขายนั้นคือสินค้า และร้านค้าส่วนใหญ่พอปิดร้าน ร้านค้าก็เสมือนเป็นโกดังเก็บสินค้าไปโดยปริยาย ฉะนั้นสิ่่งสำคัญของร้านค้าอย่างเช่นประตู ก็ต้องมีการเลือกให้ปลอดภัยต่อทรัพย์สินภายในร้านค้ามากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเหล่าพ่อค้าแม่ค้า จึงพากัน หันมาใช้ประตูร้านแบบม้วน มากกว่าประตูแบบอื่นๆ รวมไปถึงร้านค้าตามห้างสรรพสินค้าด้วย เช่นกัน ส่วนในเรื่องออกแบบก็แตกต่างกันตามการดีไซน์ของแต่ละเจ้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายมากมาย แต่ต้นแบบของประตูม้วนนั้น มาจากประเทศไตหวัน โดยชาวจีนที่อพยพมาอยู่ที่ประเทศไทยคนหนึ่ง ชื้อนายฉงวน (ไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องประวัติความเป็นมานะคะ^^) ส่งลูกชายไปเรียนรู้เกี่ยวกับการทำประตูม้วนถึงประเทศไตหวัน แล้วกลับมาผลิตเพื่อจำหน่ายนับเป็นผู้บุเบิกตลาดประตูม้วนของไทยเจ้าแรกเลยนะคะ และจนตอนนี้ประตูม้วนก็ได้รัการตอบรับอย่างดีจนถึงในปัจจุบัน

แต่การการใช้ประตูม้วนไม่ได้หมายความว่า โจรจะไม่สามารถงัดหรือขโมยของได้นะคะ อย่างที่มีข่าวให้เห็นกันบ่อยๆเรื่องขโมยขึ้นร้าน กวาดทรัพย์สินไปมากมาย อย่างว่าละค่ะ ขึ้นชื่อว่าโจร จะปิดร้านหรือเปิดร้าน ถ้าคิดจะขโมย ยังไง๊ ยังไง ก็หาทางขโมจนได้อยู่ดี จนเดี่ยวนี้นอกจาก ร้านค้าส่วนใหญ่ก็นิยมพากันติดกล้องวงจรปิดด้วย (แหม ถ้าโลกนี้ไม่มีขโมยก็คงดี) แต่พูดถึงขโมย ถ้าไม่มีขโมย อย่าว่าแต่ประตูม้วนเลยค่ะ ประตูบ้านคงไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

แชร์เปลี่ยนประตูบ้านใหม่ แม่เจ้า!! ใครกำลังปรับปรุงบ้าน อ่านเลย

เพื่อนๆ ปวดหัวกันไหม ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย ไปทำงานก็ลำบาก ตากเสื้อผ้าก็ไม่ค่อยแห้ง ความชื้นก็เข้ามาในบ้าน ก็ต้องปิดประตูบ้านไว้ตลอด เพราะกลัวไอความชื้นจะเข้ามา กว่าจะผ่านพ้นหน้าฝนไปได้ ทั้งระเบียงบ้าน ประตูมีขึ้นรา ผุพัง เป็นแน่ๆ มีด จอบ เสียม ขึ้นสนิมกันตรึม ก็เล่นไม่มีแดดเลย ในบ้านเปียกชื้น เวลาเดินเห็นรอยเท้าเลย ที่สำคัญกลัวลื่นนี่สิ เราก็เลยคิดว่า หมดหน้าฝนนี่เราจะเปลี่ยนประตู เปลี่ยนหน้าต่างใหม่ เอาแบบกันความชื้น กันแสงแดด กันอุณหภูมิทีเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูต่างกันเลย เอาแบบไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาเลย พูดแล้วโมโหนะ ว่าแต่ในโลกนี้มันจะมีไหม ประตูหน้าต่างแบบนี้ เดินไปดูร้านไหนๆก็เหมือนกันหมด คิดแล้วก็ปวดหัว

 

ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนประตูบ้านนะ บอกก่อนว่า ประตูบ้านเดิมเป็นประตูไม้สัก แกะสลักลายสวยทีเดียว แต่เพราะความเป็นไม้ไง เวลาโดนฝน โดดความร้อนในแต่ละฤดู ก็จะทำให้เกิดปัญหา ประตูฝืด เลื่อนไม่ได้ (ประตูที่บ้านเป็นแบบเลื่อนเหมือนประตูญี่ปุ่น) บางทีก็ล็อกไม่ได้ ต้องดันบ้าง มือหนึ่งต้องยกประตูบ้าง ถึงจะทำให้เข้าล็อกพอดี กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อย บางทีก็อยากจะประชดโดยการเปิดประตูนอนมันซะเลย ก็เป็นแบบนี้ทุกวัน จะไม่ให้ปวดหัวได้ไง  บ้านใครที่ใช้ประตูไม้ แล้วเกิดปัญหาแบบนี้บ้าง ถ้าใครแก้ไขได้ ก็ช่วยเม้นบอกกันได้นะ

 

มือนี่บวมไปหมดแล้วเพราะต้องดันประตูทุกวัน ก็เลยเข้าหาข้อมูลในเว็บไซต์ ว่ามีประตูหน้าต่างแบบไหนบ้างที่ตรงกับความต้องการบ้าง ดูหลายเว็บนะ แต่ไปเตะตาเว็บหนึ่ง เป็นเว็บไซต์ขายพวกประตูหน้าต่างนี่แหละ แต่เห็นมันแปลกดีก็เลยเข้าไปดู ก็ไปเจอประตูชื่อแปลกๆ ไม่เคยได้ยิน ประตูม้วนอลูมิเนียบเคลือบสีไส้โฟม ประตูหน้าต่างม้วน + มู่ลี่นิรภัย ตอนแรกบอกเลยเราก็อดขำไม่ได้ คนเรานี่ก็แปลกเนาะ ช่างสรรหาอะไรแปลกๆมาทำกัน แต่มันก็ทำให้น่าสนใจมาก ก็เลยลองเข้าไปอ่านว่าไอ้ประตูพวกนี้มันเป็นยังไง เอามาใช้กับที่บ้านได้ไหม ถ้าเอามาติดที่บ้านมันจะเว่อร์วังไปหรือเปล่าเนี่ย  

พออ่านเจาะเข้าไปในเนื้อหา เฮ้ย!!! มันน่าสนใจมาก และมันก็ตอบโจทย์ที่เราต้องการเลย เรานี่ตื่นเต้นมากๆ ก็เลยอยากจะออกมาแชร์ให้กับเพื่อนๆได้รู้ เผื่อใครกำลังมีปัญหาประตูไม้ฝืด เหมือนที่บ้านเราบ้าง เผื่อคิดจะเปลี่ยนใหม่ก็ลองอ่านดูแล้วกันนะ เราก็พอสรุปได้แค่นี้แหละ  ใครอยากได้ก็ไปติดต่อกันเอาเองนะ เพราะเราไม่ใช่นายหน้า

 

บอกก่อนว่าเราเอามาบอกเฉพาะที่เราสนใจนะ อันอื่นก็ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์เขาเอา มีเยอะแยะมากมายหลายแบบมาก  ไปดูอันแรกเลย

 

ประตูม้วนอลูมิเนียมเคลือบสีไส้โฟม

เป็นประตูที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศภายนอก จากความร้อน แสงแดด น้ำฝนและเสียงรบกวนปกป้องบ้านจากสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม ใช้ติดตั้งภายนอกกระจกแทนเหล็กดัด สามารถใช้ได้กับห้องเย็นที่ต้องการเป็นฉนวนอุณหภูมิ  ผลิตจากอลูมิเนียมหนา 2 ชั้น ฉีดโฟม Polyurethane Foam (มากกว่า 300kg/m3) ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับคุณสมบัติโดยรวมกับฉนวนชนิดอื่นๆ มีน้ำหนักเบาทนทาน ไม่ลามไฟ ทนต่อการกัดกร่อนของกรด มีความแข็งแรง สามารถใช้เป็นเครื่องหน่วงเวลาการโจรกรรมได้  

***อันนี้คุณสมบัติเลิศมากกก รูปแบบสวย โดนใจเราสุดๆๆ เอาแบบปกปิด ปกป้องทุกอย่างไม่เข้าในบ้านได้เลย โห๋ อันนี้กาดอกจันทร์ไว้หลายๆดอกเลย

ประตูและหน้าต่างม้วน 

ส่วนอันนี้ เขาบอกว่าเป็นวัสดุที่เหนือชั้น ติดตั้งได้ทุกรูปแบบ มีแบบฉลุโปร่ง เลือกสลับได้ตามความต้องการ และทำให้เกิดปรากฎการณ์รูเข็ม อันนี้เหมาะสำหรับบ้านเดี่ยว วัสดุเลิศกว่าทั่วไป ติดตั้งได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย หรือโรงจอดรถ มีแบบฉลุโปร่ง เลือกสลับได้ตามความต้องการ กล่องเก็บเริ่มต้นที่ 16x16cm หรือซ่อนบนฝ้าเพื่อความสวยงามยิ่งขึ้น   ตัวบานผลิตจากเหล็กอลูซิงค์เคลือบสีขาวหนา 0.50mm สามารถใช้ แทนเหล็กดัด ใช้เป็นเครื่องหน่วงเวลาจากการโจรกรรมได้ดีเยี่ยม ด้วยเหล็กที่มีความหนาแน่นระดับสูงสุด G550 แบบโปร่งมีรูเล็กขนาด 2.0mm

*** อันนี้รูปแบบสวยนะ แต่ไม่เข้ากับที่บ้าน ก็เลยขอผ่านก่อนแล้วกัน

 

แถมให้อีกอันแล้วกัน

มู่ลี่นิรภัย

เขาบอกว่า มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้ทดแทนเหล็กดัด ตัวบานเปิด-ปิด ช่องแสงได้ในตัว โดยกำหนดช่องแสงได้ ความแข็งแรง ทนทาน สะอาด ปลอดภัย ใช้งานง่าย เพื่อบ้านสไตล์สมัยใหม่โดยเฉพาะ ตัวบานเปิด-ปิด ช่องแสงได้ในตัว โดยกำหนดแสงได้จากด้านบนถึงด้านล่าง กล่องเก็บ เริ่มต้นที่ 16x16cm หรือซ่อนบนฝ้าเพื่อความสวยงามยิ่งขึ้น ตัวบานมู่ลี่ผลิตจากอลูมิเนียมหนา 1.0-1.2mm 2 ชั้น และมีช่วงกั้นระหว่างกลาง 1.0mm เคลือบสีคุณภาพ สามารถใช้เป็นเครื่องหน่วงเวลาจากการโจรกรรมได้เป็นอย่างดี

***อันนี้เลิศ สวยด้วย แต่มันไม่เข้ากับบ้านเรา อันนี้ก็เอาไว้ก่อนแล้วกัน  ใครชอบก็ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดแล้วกันนะ

 

อ้าว!!! พอแล้ว เอามาบอกล่าวกันแบบคร่าวๆนะ ส่วนเราก็ได้แบบที่ตรงใจแล้ว รอให้พ้นหน้าฝนไปก่อน เราจัดเต็มแน่ๆ  ประตูม้วนอลูมิเนียมเคลือบสีไส้โฟม   คอยดูเถอะพอติดแล้ว หน้าฝน หน้าร้อน ไม่กินฉันหรอก จะนอนหลับให้สบาย ไม่ต้องกลัวไอฝน กลัวแสงแดดร้อนๆอีกแล้ว บ้านฉันก็สวยเลิศกว่าเดิมเป็นอีกหลายเท่าเลย ส่วนใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกให้เข้ากับบ้านของตัวเอง จะได้ไม่ดูโดดจากบ้านเดิมจนเกินไป  บอกเลยนะว่า ถ้าเลือกประตูหน้าต่างดีดี เลือกให้เข้ากับบ้านนะ เหมือนได้บ้านใหม่โดยไม่ต้องสร้างบ้านใหม่เลยล่ะ

 

ว่าแล้วก็เข้านอนก่อนนะ ขอไปต่อสู้รบกับไอ้ประตูไม้บานเลื่อนของฉันต่อก่อน เฮ้อ!!!  ราตรีสวัสดิ์

โพสท์ใน house | ใส่ความเห็น

นางพยาบาลกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ทำไมชอบหน้าบึ้ง แถมยังชอบตะคอกใส่ชาวบ้าน

เริ่มต้นเรื่องนี้ด้วยความโมโหจริงๆ เพราะเมื่อคืนตอนสี่ทุ่มฝนตกหนักมาก ก็พากันวิ่งวุ่นออกไปเก็บข้าวของที่อยู่ข้างนอก ทั้งออกไปดูหมา ดูแมว กลัวจะโดนฝนเป็นหวัด พอดีพ่อดั้นเดินไปเตะก้อนหิน หกล้ม เป็นแผลที่เท้า และเข่าก็เป็นรอยถลอก เรานี่น้ำตาแทบไหล พ่ออายุ 70 ปีแล้ว ที่สำคัญ พ่อเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง พร้อมอีกสารพัดโรคที่มาเป็นแพคเก็จ เรานี่ทิ้งของทุกอย่างไปช่วยพยุงพ่อ แม่ก็วิ่งวุ่นเก็บของใหญ่

สรุปว่ากว่าจะเก็บของเรียบร้อยก็ใช้เวลาพอสมควร ก็เลยได้มานั่งดูอาการพ่อชัดๆ เราถึงกับร้องโอ้ว!!! เท้าพ่อเป็นแผลมีเลือดไหล เข่าก็มีรอยฟกช้ำ รอยถลอก แต่พ่อไม่บ่นสักคำ เรานี่เข่าแทบทรุดเลย เพราะรู้มาว่าคนเป็นเบาหวาน หมอให้ระวังเรื่องการเป็นแผลมาก ไม่ให้ทำอะไรที่เสี่ยงให้เกิดแผล เรากับแม่ตกใจมาก ก็เลยต้องรีบพาพ่อไปโรงพยาบาลทันที

เราก็ขับรถฝ่าความมืดไปท่ามกลางสายฝน ไปถึงโรงพยาบาลก็เกือบห้าทุ่มแล้ว ไม่มีคนไข้แล้ว เราแปลกใจเอ๊ะ !! ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่รถเข็ญมารับผู้ป่วย จนเราต้องวิ่งไปเรียกถึงมา แถมพอมาถึงทำหน้าตาบูดบึ้งใส่เราอีก เราก็ได้แต่กำหมัด “อดทนไว้นะใจ” พอไปถึงหน้าห้องฉุกเฉินก็ต้องไปนั่งสัมภาษณ์อาการเบื้องต้นกับพยาบาลก่อน เขาก็ถามโน่นนี่นั่น เรามองหน้าพ่อก็รู้ว่าพ่อเจ็บมาก แทนที่จะพาพ่อไปทำแผลก่อน อาการอะไรถามเราก็ได้ เราก็รู้นะว่ามันเป็นขั้นตอน แต่ดูอาการผู้ป่วยก่อนไหม้ แล้วเวลาพยาบาลถามพ่อ พ่อก็ตอบเสียงเบาๆ เพราะแกเจ็บแผล พยาบาลก็ตะคอกใส่ “พูดดังๆหน่อยลุง พูดเบาขนาดนั้นใครจะได้ยิน” หือ!!! เรานี่แทบจะทนไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวเขียนจดหมายร้องเรียนซะเลย

กว่าจะสัมภาษณ์อาการกันเสร็จ ได้เข้าห้องฉุกเฉินไปพบหมอ เออ! ค่อยยังชั่วหน่อย เจอหมอพูดจาดีมาก ดูแลดี ให้พยาบาลมาทำแผลให้พ่อ และคอยพูดถามไถ่อาการพ่อ ต้องชื่นชมหมอคนนี้พูดจากับคนไข้ดี ดีกว่าคนเข็ญรถกับพยาบาลหน้าห้องซะอีก พอจะทำให้เราใจเย็นลงก็เลยมานั่งฟังหมออธิบายถึงเรื่องการดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ก็เลยได้ความรู้ดีดี เอามาฝากทุกคนด้วย ใครมีญาติเป็นโรคเบาหวาน ความรู้นี้เป็นประโยชน์มากๆเลย เราก็พอจะสรุปคร่าวตามนี้นะ

เรื่องการทานอาหาร
เน้นการทานพืชผักผลไม้ให้มาก และทานเป็นประจำ
ควรทานเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดเป็นประจำ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คืออาหาร หวาน มัน และเค็ม โดยเฉพาะเค็มจัด เนี่ยต้องงดเลยค่ะ

การดูแลสุขภาพ
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (อันนี้พ่อทำได้แล้ว)
งดการสูบบุหรี่ (อันนี้พ่อบอกว่าให้ตายดีกว่าเลิกบุหรี่ เราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน)

การออกกำลังกาย
พ่อไม่ยอมออกกำลังกายเลย หมอบอกว่าการออกกำลังกายจะทำให้การควบคุมเบาหวานง่ายขึ้น และทำให้น้ำหนักลด และหมอแนะนำเพิ่มว่า สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายให้เริ่มทีละน้อย เช่น การเดินไปมาในตอนเช้า การใช้บันไดแทนลิฟม์ การทำสวนปลูกผัก ทำกิจกรรมเล็กๆน้อยให้ได้ออกกำลังกายทุกวัน ขยับแขนขาบ่อยๆ หรือจะไปเดินเล่นตามสวนสุขภาพก็จะดีเพราะจะได้มีเพื่อนๆ และมีกิจกรรมและเครื่องเล่นต่างๆ ให้เลือก หรือจะเต้นรำ ก็จะทำให้พ่อรู้สึกสนุกสนานก็จะทำให้ใจจิตใจเบิกบานด้วย

การดูแลผิวหนัง
หมอบอกว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่จะมีปัญหาที่ผิวหนัง เช่นอาการคัน ผิวอักเสบ การติดเชื้อ ฝี หนอง แผลหายยาก จึงควรดูแลผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ รักษาผิวหนังให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
หมอบอกว่า เวลาอาบน้ำเสร็จควรเช็ดตัวให้แห้งและโรยแป้งตามขาหนีบและรักแร้ จะได้ไม่เกิดความอับชื้น
หลีกเลี่ยงการเกาหรือขีดข่วน ถ้าคันก็เอามือลูบๆไปมา ถ้าเกาหมอบอกว่ามันจะเป็นแผล มันจะหายยาก
ไม่ควรอาบน้ำที่ร้อนเกินไป ไม่ควรแช่น้ำฟองสบู่เพราะจะทำให้ผิวแห้งมาก
เวลาเป็นแผลสดให้ใช้น้ำเกลือสะอาดทำแผล ห้ามใช้แอลกอฮอล์ ยาแดง ไอโอดีนทำแผลเพราะจะระคายเคืองแผล และปิดแผลด้วยผ้าทำแผลที่สะอาด

 

อันนี้คือการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ทำเองได้ที่บ้าน ส่วนการรักษาเป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนคนไข้มีหน้าที่ทำตามคำแนะนำของหมอ ทานยาให้ตรงเวลา และมาหาหมอตามนัดเพื่อตรวจดูอาการและปรับลดการใช้ยาถ้าอาการดีขึ้น

กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าๆ เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า การที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ความดัน คนในบ้านมีส่วนสำคัญในการดูแลมากๆ ทั้งในเรื่องการกิน การใช้ชีวิต คนที่เป็นโรคเบาหวานเขาจะมากินอาหารทุกอย่างเหมือนเราก็คงเป็นไปอยาก เพราะต้องระวังเรื่องสุขภาพ และยิ่งพ่อแก่แล้ว การออกกำลังกาย ก็ลำบากมากๆเลย

เราก็เลยมาคิดว่า เราจะเปลี่ยนโรงพยาบาล เลือกโรงพยาบาลดีดี มีหมอเก่งเฉพาะทาง ดูแลรักษาคนที่เป็นเบาหวานและมีเครื่องไม้เครื่องมือทีทันสมัยจะดีกว่า แต่หวังว่าการเปลี่ยนโรงพยาบาลครั้งนี้ จะไม่ไปเจอเจ้าหน้าที่หน้าบึ้ง นางพยาบาลตะคอกใส่อีกนะ แหม๋!!! นึกแล้วยังมีโมโห โพสแฉในโลกโซเชียลดีไหม้เนี่ย แต่นึกๆไปอีกที นางอาจจะง่วงนอนก็ได้ คราวนี้ให้อภัยไว้ก่อน แต่ถ้ามีครั้งหน้าไม่แน่ หึ หึ หึ

โพสท์ใน life-health | ใส่ความเห็น

ลองค้นหา ว่าไอ้เครื่อง IPL มันใช้ได้ดีจริงอ๊ะเปล่า ?

คือตอนนี้ริ้วรอย เริ่มมาละ ขนาดอายุเพิ่งแตะๆ 30 ทำงานประจำหน้าคอม ดั๊น มีปัญหา เรื่องริ้วรอย ว่าเรา ขมวดคิ้วมากไป เลยไปลอง เครื่อง IPL ยิงดู โห บอกได้เลยว่าสุดยอด

พอดีเราไปเจอ โฆษณา เครื่อง IPL ที่เป็นเลเซอร์ ยิงที่ผิวหน้า และตามตัว เราเลยอยากลองไปยิงดู เราเข้าไปลอง Product เจ้าหนึ่ง เลยรู้สึกว่า สิ่งที่ได้รับการตอบรับ ที่สัมผัสดี ตั้งแต่แรกเริ่ม ไอ้เรื่อง ที่เรารู้สึกว่า การยิงเลเซอร์ นั้นต้องทำที่ คลินิก อะไรแบบนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดมาตลอด เดี๋ยวนี้ เราไปเจอ ไอ้เครื่อง IPL ที่ขายกัน สามสี่หมื่น ที่เห็นในเน็ต จะว่าไปมันก็แพงนะ แต่หากลองมาคิดคำนวณ ในเรื่องการลงทุนในระยะยาวๆ แล้วหล่ะก็ เราเองคิดว่ามันคุ้มค่ามากกว่าเราไปทดลองใช้ครีมทาลบริ้วรอย ซึ่งมันเป็นแค่การแก้ปัญหาแบบอ้อมๆ ที่ไม่ได้ตรงจุดอะไร เราก็เลย หันมาลองใช้ควบคู่กัน

ลองไปเช้คราคาจากหลายๆเว็บ ขอไม่บอกละกันนะคะว่าซื้อสินค้ามาจาก brand ไหน เพราะไม่อยาก รีวิว อยากเขียนเพราะอยากแชร์ประสบการณ์ เรื่องการใช้เครื่อง IPL เพื่อมาตอบโจทย์เรื่องผิวหน้าของตนเองเท่านั้น อันที่จริง เราใช้ครีมจากยี่ห้อต่างๆ (เราก็ซื้อครีมทาริ้วรอยราคาแพง และพวกเซรั่ม มาใช้ควบคู่กันอยู่แล้ว) เราเองไม่ได้ลองมั่วๆ ไม่เคยซื้อครีมราคาถูก ตามโรงงาน เพราะรู้ว่าใช้แล้ว หน้าแหกเป็นปลาแดกเลยก็เป็นได้ เราจะเน้น ซื้อของดีๆ เข้ามาใส่ตัวดีกว่า เป็นผู้หญิงเนี่ย ต้องเลือกแต่ของดีๆ ที่เหมาะสมกับเราจริงๆ และ ต้องได้ลองสัมผัสมันและศึกษามันอย่างดีพอ เพื่อผลลัพธ์ ที่ดีกว่า

มาแชร์ หลังจากได้เข้าไปดู รีวิวต่างๆ ในเว็บพันทิป เรื่องเครื่อง IPL และ เลเซอร์ ตามคลินิกความงาม จากค่ายต่างๆ เราก็ได้ตัดสินใจ ซื้อยก SET มา SET หนึ่ง แต่ขอบอกก่อนว่า การตัดสินใจซื้อ เราไม่ได้องค์ประกอบของดาราหน้าม้า ที่เขามาเป็นพรีเซ็นเตอรืใดๆ เราเน้นจากผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจากตนเอง สิ่งที่ สนใจเป็นพิเศษ คือเรื่องของ ความเข้มของแสง และการให้พลังงาน ที่ดีกับเราในระดับที่เทียบเท่ากับคลินิก

เทคนิค การเลือก IPL สำหรับเรา ง่ายๆเลยนะสรุปให้ ประมาณนี้
· เราไปคุยกับคนขาย และไปที่ SHOP ของเขาอย่างจริงจัง
· เราต้องสังเกตดีๆ เพราะ ไปมาหลายเจ้า จะพบว่าบางเจ้านำเข้าจากจีน และ ทำของเลียนแบบ ทำให้มีอันตรายมากๆ
· เราดูเรื่องราคาเป็นเรื่องรองๆ เพราะรู้อยู่แล้ว ว่ามันจะตัดราคากัน เลยไม่ได้มาเน้นว่าต้องซื้อของถูกๆสุดในตลาด
· ส่วนใหญ่ เครื่อง IPL ค่ายดังๆ จะเน้น มีให้จ่ายแบบ ผ่อน แถมดูแล้ว ถูกกว่าผ่อน เครื่อง iPhone เสียอีก
· อันนี้ต้องสังเกตดีๆเลย ก่อนซื้อ IPL แนะนำว่าตรวจสอบกับ กระทรวงและหน่วยงานราชการ เพราะ เป็นกึ่งๆ เครื่องมือแพทย์ เวลาเขาเอามาทำการตลาด บางค่ายอ่ะ เช็คแล้ว มันไม่ได้ มีมาตรฐานรองรับ อันนี้ ลองตรวจสอบกันดีๆนะ

เอาหล่ะ เดี๋ยว ตอนหน้า เราจะมาเล่าต่อว่า การใช้งาน เครื่อง IPL ที่ลองซื้อมาใช้นั้น ผลจะออกมาเป็นที่น่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้ลองใช้ไปแล้ว 14 วัน เห็นผลอย่างชัดเจนเลย ไม่ต้องมาพิสูจน์ใจไปแล้ว ถ้าคิดจะสวย ก็ต้องลงทุนให้สุดๆ แต่คิดดูแล้ว การจ่ายเงินก้อน ได้สิ่งที่คุ้มในระยะยาว ย่อมดีกว่า ต้องมาจาก จุกจิก และต้องมาลุ้นว่า หลอกไม่หลอกลวงอีก เอาแบบชัวร์ๆ ดีๆ ไปเลยดีกว่า

โพสท์ใน fashion-beauty | ใส่ความเห็น