ประเพณีลอยกระทง ปล่อยโคมยี่เป็ง กับปัญหามลพิษที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเพณี ความเชื่อ วัฒนธรรม

พูดถึงประเพณีเดือนสิบสองของคนไทยก็คงจะหนีไม่พ้นประเพณีลอยกระทง ซึ่งก็จะเตรียมกระทง เพื่อไปลอยความทุกข์โศกเพื่อปล่อยกับแม่น้ำ แต่ชาวล้านนา จะเรียกประเพณีนี้ว่า ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ ซึ่งที่เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่จัดงานเพณียี่เป็งที่ใหญ่มาก มีนักท่องเที่ยวหลังไหลเข้าไปชมมากมาย มาเที่ยวงานและปล่อยโคมไฟ ซึ่งชาวบ้านจะประดับตกแต่งวัด ประตู ด้วยตุง ช่อประทีป ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว และชักโคมยี่เป็ง และไฮไลท์อยู่ที่จุดโคมลอยปล่อยขึ้นท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสวรรค์

ซึ่งประเพณียี่เป็ง เป็นวัฒนธรรมล้านนาที่มีการปล่อยโคม ซึ่่งโคมที่นำมาใช้มี อยู่ 4 แบบด้วยกัน คือ

  • 1 โคมที่ห้อยอยู่กับไม้ไผ่ ในขบวนแห่ แล้วนำไปแขวนที่วัด เรียกว่า โคมติ้ว
  • 2 โคมที่ใช้บูชาพระพุทธรุป เช่น โคมรูปดาว หรือ รูปตระกร้า เรียกว่า โคมแขวน
  • 3 โคมที่เป็นรุปกรวย ไม่มีลวดลาย แต่ด้านในจะมีรูปทรงต่างๆ เมื่อจุดไฟก็จะเห็นเป็นรูปทรงต่างเคลื่อนไหวคล้ายๆหนังตะลุง เรียกว่า โคมพัด
  • 4 โคมที่มีรูปร่างใหญ่คล้ายบอลลูน ทำด้วยกระดาษสา เมื่อจุดไฟ โคมจะลอยขึ้นท้องฟ้า เรียกว่า โคมลอย ที่เราเห็นในรูปตามข่าวต่างๆ

ซึ่งการปล่อยโคม เชื่อว่า เป็นการลอยความโชคร้านทิ้งไป นิยมลอยกันที่วัดและตามบ้านคน

ประกาศยกเลิกเที่ยวบินปล่อยโคมประเพณียี่เป็ง
ถึงจะเป็นงานประเพณีประจำปีของชาวล้านนา ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชม และมาปล่อยโคมลอย เพื่อทิ้งความทุกข์โศกไปโคมลอย ตามความเชื่อแต่โบราณ และด้วยความสวยงามของโคม จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทัั้งคนไทยและคนต่างชาติ

แต่ในความสวยงาน ของประเพณีอันดีงามที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ ก็เป็นอุปสรรคต่อการบิน เพราะในวันที่ปล่อยโคมลอย สายการบินต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 100 เที่ยว และมีการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินเกือบ 100 เที่ยวบินเช่นกัน

แต่ด้วยเป็นประเพณีที่จัดทุกปี มีการวางแผนล่วงหน้า และมีการประสานงานในการจัดงานที่แน่นอน ทำให้สายการบินมีการปรับเปลี่ยนและแจ้งให้ผุ้เดินทางทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว จึงทำให้ลดปัญหาไปได้ แต่ถึงอย่างไร สำหรับคนที่มีธุรด่วน ถูกยกเลิกเที่ยวบินก็จะมีปัญหา แต่หากมีการวางแผนล่วงหน้า ก็จะทำให้ปัญหานี้หมดไป และยังไม่มีใครออกมาดราม่่านะ

และเมื่อล่วงเลยวันที่กำหนดปล่อยโคมลอยแล้ว ก็มีการประชาสัมพันธ์ห้ามปล่อยโคมลอยเด็ดขาดในเขตพื้นที่ในการเดินอากาศ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาต่อการบินของสายการบินต่างๆได้

อันตรายจากโคมไฟ
ถึงจะมีข้อกำหนดต่างๆ ออกมาควบคุมในการปล่อยโคมลอยให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดก็ตาม แต่ถึงอย่างไร โคมไฟก็ติดไฟง่าย อาจจะเกิดอันตรายได้ เพราะ โคมไฟทำจากกระดาษบางๆ ยึดติดด้วยเชือกและลวด ส่วนเชื้อเพลิงทำจากกระดาษชุบเทียน หรือพาราฟิน ซึ่งตอนจุดไฟ จะทำให้เกิดกลิ่นและควัน จุดแค่อันเดียวคงไม่เท่าไหร่ แต่ประเพณีใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้กี่พันกี่หมื่อนอัน ลองคิดดูว่า กลิ่นและควันจะเยอะขนาดไหน

ซึ่งทุกวันนี้ คนเราชอบดัดแปลงให้โคมลอย ลอยได้สูงๆ โดยใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ซึ่งส่งผลอันตรายต่อการบิน ซึ่งการยกเลิกเที่ยวบินหรือเปลี่ยนแปลงเวลาบิน จึงเป็นการแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ปล่อยโคมลอยกันตามประเพณี แต่ถ้าพูดเรื่องรายได้ ก็คงมีผลกระทบแน่นอน

และอีกปัญหาที่ตามมา คือ เมื่อเชื้อเพลิงโคมหมด โคมก็จะตกลงบนตามหลังคาบ้านบ้าง ตามสายไฟบ้าง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และโคมที่เผาไหม้ไม่หมดก็ตกลงสู่พื้นเป็นปัญหาขยะอีก

ไม่น่าเชื่อว่า โคมลอยสวยๆจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายนะคะ จะปล่อยให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เป็นคนจัดการทั้งหมดก็คงจะไม่ได้ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วก็ต้องเก็บขยะติดมือกลับไปทิ้งขยะด้วยนะคะ

ประเพณีเดือนสิบสอง ไม่ได้มีปัญหาแต่การปล่อยโคมลอยของประเพณียี่เป็งเท่านั้น การลอยกระทงของก็มีปัญหาเช่นกัน ถึงจะมีการรณรงค์ให้งดใช้โฟม โดยให้ใช้กระทงจากต้นกล้วย หรือจากขนมปัง แทน แต่ก็ยังมีคนที่ใช้กระทงที่ทำจากโฟมมาลอยอยู่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดูีอยู่แล้วว่า โฟม เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

โฟม
โฟมที่นำมาทำกระทง ทำมาจากเม็ดพลาสติก ซึ่งทำจากพอลียูรีเทน หรือที่เรารู้จักคือ ยางพารา
โฟม PE จะมีสาร CFC หรือ Choloro Fluoro Carbon เป็นส่วนประกอบเป็นตัวทำให้ฟู ซึ่งโฟมตัวนี้ละค่ะ ทีทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบัน ทางผู้ผลิตไม่นำสาร CFC มาใช่เป็นส่วนผสม จึงทำให้เกิดปัญหานี้ลดลง

แต่ถึงอย่างไรโฟมก็เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ย่อยสลายเองไม่ได้ตามธรรมชาติ เมื่อมีการนำมาทำกระทง จึงทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งกำจัดยากมาก จึงมีการนำโฟมมาย่อยเป็นพอลิเมอร์ในรูปของกาวเพื่อใช้งาน

มลพิษจากวันลอยกระทง
ถึงวันลอยกระทงจะพึ่งพ้านพ้นไป ความสนุกสนานยังคงติดตาตรึงใจยังไมหาย เพราะการลอยกระทงเป็นการแสดงความเคารพต่อพระแม่คงคา หรือสายน้ำ แต่สิ่งที่เหลือไว้ในสายน้ำหลังประเพณีเสร็จกลับเป็นขยะ โดยเฉพาะโฟม

การกำจัดขยะจากโฟม
ซึ่งการกำจัดขยะส่วนใหญ่ในไทยจะใช้การฝังกลบแบบง่ายๆ ถ้าฝังผิดวิธีก็จะทำให้เกิดมลพิษกับดิน และน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมีจากน้ำขยะ ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำและไหลสู่ลำน้้ำ ก็จะทำให้สารพิษกระจายออกสู่วงกว้าง เกิดปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต่างๆตามมามากมาย

ดังนั้น หลังจากสืบทอดประเพณีอันดีงามเอาไว้แล้ว ก็ควรจะร่วมกันเก็บขยะ และคัดแยกกระทงที่ย่อยสลาย และกระทงโฟมออกจากกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปกำจัดให้ถูกวิธี

และนอกจากโฟมแล้ว ยงมีดอกไม้ไฟมีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย

สารเคมีที่มีในดอกไม้ไฟ
ได้แก่ ดินปืน สารออกซิไดซ์ที่ทำให้เกิดออกซิเจนเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ สารรีดิวซ์ ทำหน้าที่เผาไหม้ออกซิเจน และยังมีโลหะบางชนิดที่ผสมลงไปเพื่อควบคุมความเร็วของการเผาไหม้ และสารทำให้เกิดสีต่างๆ เช่น สตรอนเทียม แบเรียม โซเดียม และเดกทรินที่เป็นตัวผสานให้ส่วนผสมต่างๆเกาะติดกัน

ซึ่งสารเหล่านี้ บางตัวเมื่อเผาไหมจะทำให้เกิดแก๊ส หรือควัน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โปแตสเซียมคาร์บอเนต โปแตสเซียมซัลเฟต เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เยื่อบุตา จมูก หลอดลม และสิ่งแวดล้อม เช่น ฝนกรด

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าประเพณีอันดีงามจะสืบทอดกันมาช้านานแค่ไหน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย สร้างความสวยงามและความตืนตาตื่นใจต่อผู้ชมและนักท่องเที่ยว แต่อย่าลืมคำนึงถึงปัญหาต่างๆที่จะตามภายหลัง ทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม

อยากจะเรียกร้องจิตสำนึกของนักท่องเที่ยวให้กลับมา
ไม่ใช่พอเที่ยวเสร็จก็กลับ ทิ้งขยะและปัญหาไว้ข้างหลังให้คนอื่นรับกรรมและแก้ปัญหาเอาเอง

0 thoughts on “ประเพณีลอยกระทง ปล่อยโคมยี่เป็ง กับปัญหามลพิษที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *